อพท.3 ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ ขับเคลื่อนสถานประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวภาคตะวันออก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 ได้จัดทำแผนขับเคลื่อน Pattaya Tourism for all model เมืองพัทยาต้นแบบอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ซึ่งมีการขับเคลื่อนแผนภายใต้คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญด้านอารยสถาปัตย์และมุ่งเน้นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนเมืองพัทยาให้เป็นต้นแบบอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

โดยนายธิติ จันทร์แต่งผล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 กล่าวว่า “อพท.3 ได้ตระหนักถึงความเท่าเทียมของทุกคนในสังคมและเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงได้จับมือกับศูนย์วิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มศักยภาพแก่แหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงเพื่อให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลขึ้น

โดยมีสถานประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 26 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์วิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวลฯ ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายการออกแบบเพื่อคนทุกคน (Universal Design) สถานการณ์และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มคนพิการและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งได้ตรวจประเมินสถานประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมินสิ่ง อำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และจัดทำคู่มือแนวทางการพัฒนาสถานประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวด้านการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป”

“การส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลส่งผลดีต่อประเทศชาติในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีกำลังจ่ายค่อนข้างสูง การเดินทางท่องเที่ยวทุกครั้งมักจะเดินทางพร้อมผู้ติดตามหรือเป็นกลุ่มครอบครัว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้มาตรฐานด้านอารยสถาปัตย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางเพิ่มมากขึ้น และเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของสถานประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการร องรับการใช้บริการของนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงวัย ผู้พักฟื้นสุขภาพ ผู้พิการ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย และประทับใจ อีกทั้งยังเป็นยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างให้ผู้สูงอายุและคนพิการได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” นายธิติ กล่าว