ข้อเสนอการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยภาคีเครือข่ายภาคประชาชน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. มีมติให้มีมาตรการผ่อนปรนการดำเนินกิจการและกิจกรรม เช่น ตลาด ร้านอาหาร กิจการค้าปลีก-ส่ง เป็นต้นตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ส่งผลให้มีการเดินทางของประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

ภาคีเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย ทุกคนเข้าถึงได้ ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจปัญหาและสถานการณ์ผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 1-8 พฤษภาคม 2563 โดยได้ทำแบบสอบถามกับผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 437 คน

จากข้อมูลพบว่า คนส่วนใหญ่เดินทางน้อยลงโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ ส่วนคนที่เดินทางมีอายุระหว่าง 36-60 ปี มากที่สุด (ร้อยละ64.9) วัตถุประสงค์ของการเดินทางส่วนใหญ่คือไปทำงาน รองลงมาคือ การไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็น ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ การมีรถให้บริการไม่เพียงพอ และการที่ผู้ใช้บริการต้องรอนานกว่าในช่วงปกติ รองลงมาคือ การไม่สามารถเว้นระยะห่างจากผู้โดยสารคนอื่นได้

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการลงพื้นที่ยังพบว่า มีความกังวลในเรื่องการเว้นระยะห่างของผู้โดยสารอย่างยิ่ง เนื่องจากรถตู้แถบชานเมืองในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า มีการรับผู้โดยสารเต็มคันโดยไม่มีการให้เว้นที่นั่ง รถเมล์บางสาย บางคันในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า และช่วงเวลาใกล้ถึงคันสุดท้ายของวันจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก ไม่สามารถจะเว้นระยะยืนห่างกัน 1-2 เมตร นอกจากนี้ ผู้โดยสารระบบขนส่งสาธารณะยังมีความกังวลต่อการทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้บริการ และพบว่ายังมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการไม่ทั่วถึง พบว่าไม่มีการทำความสะอาดภายในตัวรถ และไม่มีเจลแอลกอฮอล์บริการ

ขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆระยะที่ 2ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 นี้ซึ่งจะทำให้กิจกรรมต่าง ๆของประชาชนเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้มีประชาชนกลุ่มต่าง ๆ กลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ถึงแม้ว่าศบค.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการออกมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อรองรับรวมถึงมาตรการเชิงระบบ อาทิเช่น Work From Home การเหลื่อมเวลาทำงานในแต่ละเขตหรือพื้นที่ และการสลับวันทำงาน เพื่อลดจำนวนผู้ใช้บริการในระบบขนส่งสาธารณะในช่วงเวลาเดียวกันลง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.,กระทรวงคมนาคม,กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ความปลอดภัย: ขอความร่วมมือผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท คัดกรอง ควบคุม ป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ การตรวจคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสาร การให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการในระบบทุกคนสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า การจัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึงการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่าง ๆในยานพาหนะ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการกำกับ ดูแล อย่างเคร่งครัดและมีบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม

2. ความเพียงพอ: ขอให้มีการจัดระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอและมีความถี่ที่สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า และตอนเย็น โดยที่ยังคงมาตรการป้องกันโรคให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. ความทั่วถึงและครอบคลุม: ขอให้มีการจัดให้มีรถโดยสารประจำทาง และ/หรือมีการปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถ ให้ครอบคลุมและทั่วถึงในแต่ละพื้นที่ให้มากขึ้น

4. การให้บริการที่มีความเฉพาะกลุ่ม: ขอให้ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะมีมาตรการเฉพาะแก่กลุ่มผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องสัมผัสใกล้ชิดกันและเพิ่มความเสี่ยงที่จะติดหรือแพร่เชื้อ เช่น คนพิการทางการเห็น คนพิการที่ใช้รถเข็น ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก เป็นต้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยได้อย่างเท่าเทียมกัน

5. ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม: ขอให้รัฐบาลมีมาตรการลดราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะลงเช่นเดียวกับค่าไฟฟ้าและประปา ซึ่งเป็นระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน นอกจากนี้ขอให้มีการส่งเสริมให้มีการใช้อี–ทิกเก็ต หรือระบบตั๋วร่วมของระบบขนส่งสาธารณะที่จะทำให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นและช่วยลดการสัมผัสเหรียญกษาปณ์ และธนบัตรในการชำระค่าโดยสารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19